HappyTrip

ยุ่งวุ่นวายไปหมดจนถึงวันสุดท้ายที่จะออกไปจากกรุงเทพ แต่ในที่สุด ล้อรถทั้งสี่ก็พาเราหนีความอบอ้าวสู่อ้อมกอดขุนเขาได้ในคืนวันอังคารก่อนปีใหม่ ค่ำคืนที่เมืองกำลังหลับใหล แต่เรากลับวิ่งฝ่าความมืดไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักหยุด

เชียงใหม่ในครั้งที่สองของปีนี้ เพราะอะไรก็แล้วแต่ที่พาเราไปเชียงใหม่อยู่เรื่อย...แต่
สุดท้ายก็ไม่เคยจะเบื่อเมืองนี้ได้เลยสักหน เมืองที่มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดใจ ถ้ากรุงเทพเป็นสาวสมัยใหม่โฉบเฉี่ยว เชียงใหม่ก็เป็นสาวงามลึกลับน่าค้นหา

ระยะเวลา 5 คืนกับ 6 วัน ยาวนานกว่าครั้งไหน ใช้เวลาหมดไปกับการเดินทาง กิน นอน จนลืมไปหมดว่ากรุงเทพเป็นยังไง

เช้าแรกของการเดินทาง เราแวะรองท้องกันที่ตาก ก่อนจะมุ่งหน้าไปจอมทอง เชียงใหม่ ที่ตั้งของดินแดนที่สูงที่สุดในประเทศไทย ดอยอินทนนท์ แวะกินข้าวกลางวันที่น้ำตกแม่ยะ น้ำตกที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง และสามารถเอาพลังน้ำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย



: น้ำตกแม่ยะ ที่ใครบอกว่า สวยเหมือนในรูป :

จากแม่ยะ เราบ่ายหน้าขึ้นทางชันสู่ยอดดอยที่สูงที่สุด ไอแดดที่อบอ้าวในเมืองกรุงกลับกลายเป็นแดดหนาว...พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริตั้งเด่นจนกลายเป็น
คู่บุญดอยอินทนนท์ไปแล้ว


:พระธาตุนภเมทนีดล มองจากพระธาตุนภพลภูมิสิริ:


: วิวจากบนพระธาตุ :

ถัดจากพระธาตุ เราไปจุดชมวิวยอดดอย แวะเดินที่อ่างกา เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ รูปที่มีต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยมอส ตะไคร่น้ำจนเขียวไปหมดมักจะถ่ายมาจากที่นี่ แต่ไปคราวนี้ไม่ยักจะเจอ...


: อ่างกา :

คืนนี้เรากางเต๊นท์นอนกันที่ลานกางเต๊นท์ ดอยอินทนนท์ เด็กน้อยชาวดอยเร่ขายดอกไม้สวยๆ อากาศหนาวจับใจ...แต่ก็อุ่นสบายในผ้าห่มนวมของแม่ที่เอามาด้วย เปิดไฟฉายนอนเขียนโปสการ์ดเป็นตั้ง แต่ก็ชิลน่าดู

: ดอกไม้มั้ยคับ? :

คืนนี้มองไม่เห็นดาวเพราะอยู่ท่ามกลางดงสนสูงตระหง่าน อากาศเยือกลอยเข้ามาพร้อมกับเสียงคุยเรื่องหัวใจของสาวๆ ทำเอาฟังเพลินจนหลับไป : )