: สนุกกับของไม่ฟรี :

posted on 19 Aug 2007 21:19 by sorbet  in FavBook


เพิ่งได้อ่าน "สนุกกับของไม่ฟรี (โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี 7)" ของ อ.วรากรณ์ สามโกเศศ ที่เขียน FRIST - BEST - DIFFERENT หนังสือชุดที่เคยอ่านมาก่อนหน้านี้ เคยเอามาเล่าให้ฟังที่ พรุ่งนี้หวยออก ใครอยากรู้เรื่องคนจนซื้อหวยแพงกว่าคนรวยยังไงก็ลองคลิกดูนะคะ



กลับมาที่เล่มนี้กันต่อ เราจะรู้ง่ายๆได้ยังไงว่าตอนนี้เศรษฐกิจดีรึเปล่า? บทแรกเปิดมาก็เล่าถึงเรื่องการวัดอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ หรือการขยายตัวของ GDP (เด็กวิทย์แบบเราไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก) แต่เรื่องการวัด GDP นี่จะไม่รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่แย่ ไม่รวมความสุขความทุกข์ของประชาชน (คงเป็นการคำนวณจากตัวเลขและข้อมูลแห้งๆรึเปล่า?)จริงๆแล้วตัวเลข GDP ถึงจะฮิตใช้กันมากมายแต่ก็ไม่ครอบคลุมเสียทั้งหมด

จุดอ่อนของเศรษฐศาสตร์ก็คือเราบอกได้แค่ว่าเศรษฐกิจช่วงหลายเดือน หรือหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาดีหรือไม่ดียังไง แต่บอกไม่ได้ว่าวันนี้ดีมั้ย เดือนนี้ดีมั้ย เพราะการคำนวณจะต้องเก็บข้อมูลเป็นเวลานาน แต่เราก็มีทางที่จะรู้ได้ง่ายๆว่าตอนนี้เศรษฐกิจเป็นยังไง มาดูดีกว่าว่ามีอะไรบอกเราได้ดีกว่าตัวเลขที่เราดูไม่รู้เรื่องบ้าง ^^'

ตัวแรกก็คือ รถไม่ติด!!!
อย่างช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540-2541 ถนนโล่งเพราะธุรกิจล่มจมกันมาก ไม่มีธุรกิจ ไม่มีรถ (เพราะถูกยึดไปเป็นจำนวนมาก) รถก็ว่างเป็นธรรมดา (ใครที่เจอรถติดทุกวันคงแอบดีใจได้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจยังดีอยู่สินะ) อีกอย่างการใช้ทางด่วนก็เป็นตัวชี้ด้วย ถ้าเวลาไม่สำคัญคนก็จะไม่ซื้อเวลาโดยการเสียเงินขึ้นทางด่วน อืมม...มีเหตุผลนะ...

ตัวที่สอง คนขึ้นรถเมล์มากขึ้น
เปลี่ยนจากปรับอากาศเป็นธรรมดา เปลี่ยนจากใต้ดินลอยฟ้าเป็นบนดิน แท็กซี่ก็ขึ้นน้อยลง

ตัวที่สาม โรงรับจำนำ
นอกจากช่วงเปิดเทอมแล้ว ความพลุกพล่านก็บอกได้ดีเชียวล่ะ ยิ่งของที่เอาไปจำนำเป็นของไม่มีราคามากเท่าไหร่เช่นหม้อหุงข้าว ทีวี ก็แสดงว่าอาการหนักมากเท่านั้น แต่การจำนำทองบอกไม่ได้เพราะราคาทองสูงอยู่

ตัวที่สี่ โฆษณาในหนังสือพิมพ์
เป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองอันดับแรกๆที่บริษัททั้งหลายจะตัดทิ้ง

ตัวที่ห้า ป้ายประกาศต่างๆ
ติดอยู่นานแสนนานไม่เอาลงซักทีเพราะไม่มีใครซื้อ

ตัวที่หก ปั๊มน้ำมันกับราคา
ถูกกว่ากันนิดหน่อยไม่ว่าจะไกลยังไงคนก็แห่ไปเติม

ตัวที่เจ็ด ผู้คนที่ซื้อบริการ
ร้านอาหาร ภัตตาคาร คนโหรงเหรงเพราะเลือกที่จะกินข้าวที่บ้านมากขึ้น ก็จริงนะ

ตัวสุดท้ายยย จริงๆเป็นตัวแรกๆแต่เอามาไว้ให้ตื่นเต้น เดาได้มั้ยว่าอะไร

มันคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!!!

ยอดขายของอาหารประเภทนี้ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ เป็นอาหารที่เลือกได้ง่ายๆเวลาไม่มีตังค์นั่นเอง เคยฟังรายการข่าวตอนเช้าเขาเคยบอกว่าเป็นดัชนีที่สำคัญด้วยเพราะบะหมี่ซองพวกนี้กระจายไปในคนหลายชนชั้นเป็นวงกว้างงงง อาหารยอดฮิตจริงๆ เจ้าของบริษัทเองก็ออกมายอมรับด้วยนะ ยักษ์ใหญ่ที่สุดคงไม่ต้องบอกว่ายี่ห้ออะไร ^^

ใครสนใจก็ลองหามาอ่านดูนะคะ มีเรื่องน่าอ่านอีกหลายเรื่อง อย่างทำไมเศรษฐีจึงหมดตัวได้ลดราคาทางด่วนมีผลกับเด็กๆที่หนองหมาว้อยังไง สำหรับเราคิดว่าการตลาดของคุณหนุ่มเมืองจันท์อ่านง่ายกว่าเยอะ เรียกว่าย่อยง่ายกว่า ส่วนเรื่องเศรษฐศาสตร์ของ อ.วรากรณ์ต้องตั้งใจอ่านนิดนึงนะเราว่า อาจเพราะเราไม่ใช่เด็ก'เสดสาด'ก็ได้มั้ง \(^0^)/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่เสียแรงที่เรียนเสดสาดมา ( มันอยู่ในหลักสูตรน่ะ เรียนอยู่ 2 ตัว ) อิอิ
ตอนอ่านมาเรื่อยๆ ในหัวฝนก็นึกถึงร้านค้าต่างๆ กับมาม่าเนี่ยแหล่ะ

เพราะตอนนี้ก็กินนอกบ้านน้อยลง เดินห้างน้อยลง
จะได้ไม่อยากช้อปปิ้งง่ะ แล้วก็ประหยัด เพราะกินข้าวนอกบ้านมื้อนึงก็ 2-3 ร้อยแล้วอ่ะเนอะ
ทำกินเองประหยัดกว่าเยอะมาก มาม่าก็ช่วยมากทีเดียว
ใส่หมูใส่ผักหน่อยก็พอใจแล้วอ่ะ ยกเว้นยาจกขั้นสูงสุดจริงๆ

อันนั้นโนผักโนหมู แบบว่ามาม่าเพียวๆ โลด 55555

#1 By Namfon* (58.9.186.44) on 2007-08-19 21:45

น่าอ่านดีครับ ท่าทางจะสนุก

#2 By เจ้าชายน้อย on 2007-08-19 22:40

ตอนสมัยเรียนเพื่อนๆ ฮิตอ่านเล่ม 1-3 มาก เราเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่เคยชอบมันเลย (หมายถึงวิชานะ ไม่ใช่หนังสือ) .. จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่เคยอ่านซักเล่ม แต่ตั้งใจไว้ว่าจะอ่านนะ ^_^;

#3 By gsawa on 2007-08-20 09:30

เราก็กำลังเรียนเศรษฐศาสตร์อยู่ค่ะ (เหมือนคุณ Namfon เลย ของเราก็เรียน 2 ตัว จุลกับมห) ตอนที่อาจารย์ในชั้นเรียนพูดถึงสินค้าด้อยก็นึกถึงมาม่าเป็นอย่างแรก ... แต่สำหรับที่บ้านเราปกติก็กินมาม่าทุกวันอาทิตย์อยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะวันอาทิตย์ไม่มีอะไรขาย จะทำเองก็ขี้เกียจ

ที่จริงแล้วเศรษฐศาสตร์เหมือนจะเป็นเรื่องน่าสนุก(ตอนแรกเคยคิดจะเรียนคณะนี้แล้วด้วย) แต่พอมานั่งเรียนจริงๆแล้วชักไม่สนุกเท่าไร เพราะกราฟเยอะมากกกก ท่องจำจนหัวบาน ตอนนี้แอบดีใจที่ไม่ได้เลือกเรียนด้านนี้ 555

#4 By \ MEIJI / on 2007-08-20 13:35

อ่านแบบนี้ก็เข้าใจง่ายดีนะ
ส่วนเรื่องหวยคลิกเข้าอ่านด้วย
อันนั้นเราก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน
แบบว่าถ้าเราไม่ซื้อก็ไม่เสียอะไรเลยน่ะ

#5 By foneko (58.9.173.45) on 2007-08-26 10:55