: เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน :
posted on 13 Jul 2007 00:32 by sorbet in FavBookผ่านวันเกิดมาหลายวันแล้ว กับอายุที่เพิ่มขึ้น ปีนี้ก็ 29 แล้ว ^^ ประกาศกันตรงนี้เลย... ปีนี้รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เพราะทำงานอยู่คนเดียว บางทีการแยกตัวออกมาจากคนอื่นก็อาจจะทำให้โง่ไปบ้างแต่ก็สบายใจดี และการได้ทำงานเองคิดเอง วางแผนเองโดยที่เจ้านายไม่ค่อยมาวุ่นวายก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารับผิดชอบมากขึ้นและใช้สมองได้มากขึ้น จนบางทีรู้สึกเหมือนเสพติดความเครียดเพราะชอบความรู้สึกสบายสุดๆหลังเลิกงานหรือหลังงานที่วุ่นวายจบลง
เวลาว่างตอนนั่งรถนั่งเรือตอนนี้อ่านหนังสือจบไปเล่มหนึ่ง "เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน" ของคุณโจ มณฑาณี ตันติสุข เป็นหนังสือที่เรียกว่าได้แนวโน้มมาจากหนังสือเศษฐศาสตร์อ่านสนุกได้สาระของคุณหนุ่มเมืองจันท์แท้ๆ ในหนังสือเล่มนี้คุณโจ ที่เคยหมดเนื้อหมดตัวมาถึง 2 ครั้งแถมคิดจะฆ่าตัวตายได้พบหนทางการกู้สถานการณ์ทางการเงินจากหนังสือและเว็บไซต์เมืองนอกหลายแห่ง (ที่เมืองไทยไม่เคยมีสอน) มาสรุปให้อ่านง่ายๆสำหรับมือใหม่และคนที่โง่เรื่องเงินแบบสุดๆ (อย่างเรา) อ่านได้เข้าใจ!

คุณโจ ผู้เขียน
หนังสือเล่มนี้จะสอนถึงความสำคัญของเงินออม เราควรจะออมเท่าไหร่? เราควรเป็นหนี้กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินที่เรามี? หนี้แบบไหนเป็นแล้วดี แบบไหนอย่าเป็นซะดีกว่า การทำบัญชีรายรับรายจ่ายแบบง่ายๆ โดยแยกประเภทของเงินที่ได้มาว่าได้เป็นประจำหรือได้มาเป็นครั้งคราว การไม่เป็นหนี้โดยการสร้างนิสัยใช้เงินล่วงหน้า (มาในรูปเงินพลาสติก-บัตรเครดิต) เราควรแบ่งเงินออมเป็นกี่ส่วน มีจนกระทั่งถ้าเราเป็นหนี้เราควรใช้หนี้แบบไหน ถึงจะหมดแน่ๆ
คนใกล้ตัวเรา 2 คนมีปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนเราเสียใจ ที่ทำไมไม่มีใครบอกเค้าเรื่องเก็บเงิน ไม่มีใครสอนเค้าเรื่องอนาคตวันข้างหน้า ทำไมเค้าถึงไม่รู้ว่าที่เค้าใช้เงินแบบนั้นในอดีตมันทำให้ตอนนี้เหมือนตกนรกทั้งเป็น จริงๆแล้วการเก็บเงินไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่คนเรามักจะแพ้ใจตัวเอง บางคนรู้สึกด้อยเลยหาของมาทดแทน แต่บางคนกลับตรงกันข้าม รู้สึกยากไร้ในจิตใจจนตระหนี่ไม่แบ่งใคร แบบนี้ก็เรียกว่าใช้เงินแบบผิดทางเช่นเดียวกัน
เราเป็นคนหนึ่งที่แอนตี้เรื่องบัตรเครดิตมาก ถึงจะแอบคิดว่าบางทีมันก็มีประโยชน์ แต่เรามักไม่ค่อยเห็นคนใช้ประโยชน์จากมันซักเท่าไหร่ ใครจะรู้ว่าตอนนี้ประชากรอเมริกาเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงจนน่าตกใจ เพราะจับจ่ายจนเกินตัว เกินรายได้ สุดท้ายก็ต้องมาทุกข์กับการเป็นหนี้และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน อย่างคนใกล้ตัวของเราตอนนี้ที่หนึ่งในนั้นแทบไม่มีเงินส่งลูกเรียนชั้นประถม เพราะใช้จ่ายเกินตัว หมดเงินไปกับเสื้อผ้าเครื่องสำอางค์ เป็นหนี้แต่สาวๆ พอมีลูกถึงจะใช้จ่ายน้อยลงแต่เงินทองที่หาได้ก็หมดกับลูกและใช้หนี้ที่ท่วมหัวไม่รู้จักจบสิ้น น่ากลัวมั้ยล่ะ...
ตอนนี้ของขวัญวันเกิดที่เราซื้อให้ตัวเองก็คือ สมุดบัญชีเล่มเล็กๆสีชมพูน่ารักราคา 32 บาท กับการเริ่มต้นชีวิตแบบผู้ใหญ่ๆ ^^'' เพราะไม่เคยใส่ใจเรื่องเงินทองของตัวเองเลยว่าเดือนนึงได้มาเท่าไหร่ ใช้อะไรไปเท่าไหร่ หลายอย่างหมดกับของที่ไม่เป็นเรื่อง และไม่จำเป็น ตอนนี้เราไม่มีบัตรเครดิตและไม่คิดจะมี หนี้สินเราก็ยังไม่มี ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะเริ่มต้นสิ่งดีดีให้กับตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันหนึ่งแม่เราป่วยขึ้นมาเราจะมีเงินรักษามั้ย แม่ทำงานไม่ได้เราจะมีเงินกินมั้ย ถ้าพ่อเป็นอะไร จะมีเงินสำรองมั้ย ถึงเราจะอ่อนหัดและอาจจะหวั่นไหวใช้จ่ายไปกับหลายๆอย่างแต่เราก็จะพยายาม อย่างน้อยๆเก็บเดือนละเท่าไหร่ก็ว่ากันไป ที่เหลือค่อยจัดสรรเอา เหมือนกับหนังสือเล่มนี้ที่บอกว่า "จงจ่ายให้ตัวเองก่อน" นั่นก็คือ จงออมเงินก่อนนั่นเอง
เราอยากให้หนังสือเล่มนี้กับคนที่เรารักทุกๆคน เพราะเราอยากให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องหลบหนี้ ไม่ต้องวิ่งหมุนเงินจนหัวปั่น การที่เราสามารถมีเงินอยู่ในบัญชีจากน้ำพักน้ำแรงที่เราอดออม จะทำให้เรามีความภาคภูมิใจในตัวเอง และมีกำลังใจที่จะเก็บเงินออมไว้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนกับเราเลี้ยงห่านทองคำ ห่านตัวนี้จะออกไข่มาให้เราทุกวัน แต่เมื่อไหร่ที่เราเอาเงินออมออกมาใช้ ก็เท่ากับว่าเราฆ่าห่านตัวนั้นไปซะแล้ว ชาวนาคนนั้นโง่ยังไงตอนเราฟังนิทานเรื่องนั้นตอนเด็กๆคงจำกันได้...
ตอนนี้เรามีห่านอยู่ 1 ตัวแล้ว หวังว่าสักวันจะตั้งฟาร์มห่านเป็นของตัวเองได้นะ ฮ่าๆ...

มีเรื่องสงสัยค่ะ คุณโจเป็นผู้ชายใช่ไม๊ค่ะ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-07-26 23:36