: ดาวพราวฟ้าที่ภูสอยดาว :
posted on 21 Sep 2006 23:07 by sorbet in HappyTripมา edit จากเมื่อวาน ใครที่มาอ่านแล้วไม่ต้อง งง นะจ๊ะ : )
เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ไปเดินเล่นงานหนังสือทำมือ และโปสการ์ดที่บ้านพระอาทิตย์ เห็นโปสการ์ดภาพถ่ายใบหนึ่งวางสะดุดตา เป็นรูปทุ่งดอกไม้สีม่วงที่คุ้นตาตามหนังสือ
ภาพนี้ถ่ายมาจากภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก และตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อรู้ว่าคนที่ถ่ายภาพใบนี้ ก็คือพี่ Depth คนเดียวกับที่เราชอบรูปถ่ายที่พี่เค้าเอามาแปะใน blueplanet หนักหนานั่นล่ะ
หลังจากคุยกับพี่สาวใจดีคนนี้ ก็ได้รู้ว่า ถ้าจะไปเจอทุ่งดอกไม้สวยๆนี่ ต้องไปช่วงสิงหา-กันยาเท่านั้น อาจจะถึงต้นตุลาคม หน้าฝนจะปลุกให้ดอกไม้บานสะพรั่ง ก่อนลมหนาวจะพาเอาความร่วงโรยมาให้ก่อนจะถึงปีต่อไป
จากวันนั้นมาปีกว่า ถึงจะได้มีโอกาสไปภูสอยดาว ตอนนั้นเป็นคนหาแนวร่วมได้มา 4 คน แต่ก็ไปกับ trekkingthai.com พกไปแค่กล้องดิจิตัวน้อย ไม่กล้าเอากล้องฟิล์มไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าแค่ตัวเองจะมีปัญญาเดินขึ้นไปไหวหรือเปล่า?
จากวันแรกในชีวิตที่เคยขึ้นภู จากกล้องตัวเล็กมาเป็นกล้องตัวใหญ่ (กว่าจะโตนี่ต้องเลี้ยงด้วยเงินนะคะถึงจะแบ่งหน่อมาได้) ผ่านมาเกือบ 2 ปี เราก็มีโอกาสขึ้นไปเก็บภาพสวยๆของทุ่งดอกไม้อีกครั้งตามความตั้งใจ
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นที่เวลาสี่ทุ่มตรงของคืนวันพุธ รถวิ่งผ่านความมืดและแสงไฟสีส้ม ทิ้งตัวเมืองที่วุ่นวายไกลห่างออกไปทุกที
ระยะทางจากกรุงเทพถึงอุตรดิตถ์ กินเวลาเกือบ 9 ชั่วโมง เมื่อรถตู้ลัดเลาะริมเขามาเรื่อยๆ ไม่ถึงเจ็ดโมงเช้าเราก็มาถึงเชิงภูกันแล้ว
กินข้าวกันอิ่ม เตรียมตัวเหนื่อยแบบสาหัส (สำหรับเรา) แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะขึ้นไปมาก แม้ทางจะยาวไกลถึง 6.5 กิโลเมตรที่ทั้งสูงและชัน แต่ลานสนบนภูก็ไม่เคยร้างคนเยี่ยมเยือนเลยสักหน วันที่ดอกหงอนนาคบาน ไม่ว่าใครต่อใครก็พยายามเดินขึ้นมาหาเธอกันทั้งนั้น
เราสิบชีวิตพร้อมกับกล้องกันคนละตัวสองตัว ขาตั้งที่ทั้งใหญ่และหนัก (ยกเว้นเราที่ไม่ยอมเอาขาตั้งขึ้นภูเอง) แวะถ่ายภาพกันตามทางน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกชั้นเล็กๆแต่สวยมากๆที่เชิงภู
ไม่ว่าที่ไหน เวลาหยุดลงได้เมื่อเรากดชัตเตอร์
ข้ามลัดเลาะลำธารมาอย่างสบายๆ แต่รูปนี้ดูน่ากลัวมาก -_-'' หลายคนยังเพลินกับการถ่ายรูปจนไม่รู้ว่ายังอีกยาวไกลนุกที่จะต้องลุยไป (อย่างยัยคนนี้ที่หมดมุขเลยต้องมาถ่ายเท้าตัวเอง) อย่างที่บอกล่ะ คนตกไปแต่ขอกล้องยังอยู่ล่ะนะ
หลังจากเริ่มเดินพ้นลำธาร ก็เก็บกล้องเข้าย่ามละ เพราะไม่มีอารมณ์อย่างถ่ายรูปใดใดทั้งนั้น เดินไปเรื่อยๆ ผ่านความเย็นเฉียบของป่า และความร้อนจากตัวเราเอง บ่ายวันพฤหัสเงียบสงบ มีแต่พวกเรา 10 ชีวิตและอีกกลุ่มเล็กๆที่เดินล่วงหน้าไปก่อนเราเท่านั้นเอง
เดินไปพักไปหลายรอบ แค่เนินส่งญาติเนินแรกที่ทำหัวใจเต้นแทบจะออกมาข้างนอก แต่เนินต่อๆไปไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ จนถึงเนินมรณะ ที่ทั้งชันและชันมาก ก้าวแล้วหยุด ก้าวแล้วหยุด... (โอย แค่คิดก็รู้สึกได้)
รางวัลของนักเดินทางไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่อยู่ที่ระหว่างทาง แต่สำหรับเรา อยากถึงจุดหมายเร็วๆมาก ม้ากก... T_T พอตะเกียกตะกายขึ้นไปได้ นั่งๆนอนๆพักที่เต๊นท์ที่พี่ที่เตรียมอาหารให้เรากางไว้ให้ โอ้เอ้ได้ไม่นานก็เจอภาพนี้
คว้ากล้องออกมากันแทบไม่ทัน ไม่มีเวลาแม้แต่จะวิ่งไปจุดชมวิว แต่ภาพที่ได้ก็ยังหยุดเวลาได้หลายขณะเลยล่ะ
ภูสอยดาว เป็นที่แรกที่เราเคยเห็นทางช้างเผือก มาคราวนี้ก็ไม่ผิดหวัง มีการเล่นถ่ายภาพกลางคืนกันเล็กน้อย เราก็ได้รูปวิถีดาวมารูปนึง เส้นดาวแทบจะเป็นวงกลม ถึงไม่ค่อยสวยแต่ก็ชอบมากๆ
ไม่ต้องบอกว่าคืนนี้เราฝันถึงดาวนับล้าน และหลับสบายด้วยความเหนื่อยและปวดขายังไง (T-T)
2 B continue : )







ชอบภาพพระอาทิตย์ตกค่ะ สวยมาก >__< !!
#1 By ::Materia Hunter::^^ on 2006-09-21 23:11