: เล่าเรื่องเมืองระนอง 2 :
posted on 20 Mar 2006 22:42 by sorbet in HappyTripหลังจากยุ่งขิงมาหลายเวลา พอได้หายใจก็นึกว่าจะไม่ได้อัพซะแร้ววว เพราะไอ้หนอนที่ไหนไม่รู้มาโผล่ที่เครื่องเรา (T_T) นี่แก้ไปแล้วไม่รู้จะยังอยู่มั้ย พวกที่ทำอะไรแบบนี้พ่อแม่คงไม่รัก แฟนก็ทิ้งล่ะสิถึงมาเรียกร้องความสนใจเอากับชาวโลก ชิ..
จากที่เล่าเรื่องระนองไปคราวก่อน หลังจากได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์กลมๆที่อช.แหลมสนแล้ว กลับมาได้คุยถึงเรื่องรูปที่ไปถ่ายมา (และเรื่องประกาศยุบสภา) - -' ก็หลับแบบไม่ได้นอนมาสามวัน (ถ่ายรูปมันเหนื่อยขนาดนี้เลยรึ อิอิ) เอาแรงไว้วันรุ่งขึ้นที่น้ำตกโตนเพชร ที่พี่เค้าบอกว่าขึ้นแบบสบายๆ ใส่แตะก็ไปได้ ...2 กิโล (เอ๊งง)
นึกว่าจะเอาชีวิตไม่รอดซะแล้ว ถึงเราจะเคยขึ้นภูมาบ้าง เดินป่าสั้นๆมานิดหน่อย แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะต้องแบกกระเป๋ากล้องเต็มยศ ขึ้นน้ำตกแบบนี้มาก่อน ถึงลุงนำทางจะสงสารเอาขาตั้งหนักๆมาถือให้ก็แฮ่ก...ทั้งปลอบทั้งขู่ จะหมดแรงอยู่แล้วลุงบอกว่ายังไม่นับเลยนะ ไอ้ 2 กิโลที่ว่า (ว้ากก) ระหว่างทางเป็นทางเดินเล็กๆทอดเข้าไปในสวนที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนทางเข้าน้ำตกซักนิด ทั้งที่ริมถนนมีป้ายบอกอย่างดีก่อนเข้าสวนมีบ้านชาวบ้านอยู่ 2 หลังไม่มีสิ่งปลูกสร้างและป้ายใดๆอีก เรียกว่าน้ำตกโตนลับแลยังจะดีซะกว่านะ
ความจริงอีกอย่างที่ไม่บอกใครเลย (แต่กำลังจะบอก) ก็คือ ลืมเอาแบตดิจิขึ้นไป เอิ๊กก ไปถึงที่กลับไม่มีกล้องถ่าย ว้ากกก ยัยบื้อ เพราะความกลัวหนักเลยไม่เอากระเป๋าใบเล็กไป แบตเลยถูกลืมไปด้วยนะ... แต่ก็มีกล้องฟิล์ม กับยื้มดิจิของพี่ Depth แทนง่ะ ก๊ากๆๆ (อาย) รูปข้างบนเป็นน้ำตกชั้นที่สอง ชั้นแรกถ่ายไม่ได้เพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้มบังอยู่ แน่นอนรูปจากฟิล์ม..พี่โจไปยืนเพื่อเทียบให้ดูว่าน้ำตกใหญ่แค่ไหน เป็นทริกที่เห็นทั่วไปตามหนังสือท่องเที่ยว เราว่าเป็นน้ำตกที่สวยมากที่นึงที่เราเคยไปเลยล่ะ...
วันที่สองเราอยู่น้ำตกกันตั้งแต่สายๆจนบ่ายแก่ มาแก้มือกันที่อช.แหลมสนด้วยความมุ่งมั่นว่าจะได้ตะวันกล๊ม กลม แต่กลับไม่ค่ะ วันหยุดพระอาทิตย์ก็หยุดตามไปด้วย - -' เราเลยนั่งรอแสงสุดท้ายกัน แสงที่สวยที่สุดสำหรับการถ่ายภาพจะมีตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ - และหลังพระอาทิตย์ตก 10 นาที (จริงๆยืดยาวไปจนกว่าจะพอใจล่ะ) คนส่วนใหญ่พอเห็นตะวันลับก็จะหันหลังกลับ (ยิ่งที่ฮิตๆนี่จะเป็นนาทีทองของตากล้องที่กำลังหามุมเลย) วันนั้นมีแต่เราและครอบครัวเล็กๆครอบครัวนึงเดินเล่นกัน
ไม่มีอะไรทำ ระหว่างรอเลยได้อันนี้มา (^^')
ตัดมาวันรุ่งขึ้นดีกว่า สงสัยมีคนขี้เกียจอ่านดูแต่รูป 555 ออกแต่เช้าไประนองแคนยอน เป็นเหมืองเก่ามั้งนะ คนก็ไม่มีเลยเชื่อมะ อย่างที่น้ำตกไม่มีคนเลย มีแต่เรา ทางเดินก็ไม่มีขยะซักชิ้น ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง บริสุทธิ์มากๆทั้งที่ไม่ได้กันดารหรือลำบากอะไรเลย ระนองแคนยอนนี่ถึงจะดูติดถนน เป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่า ก็...ยังไม่มีคนคับทั่น...
ชีวิตเด็กน้อย
มองจากข้างบน เพราะร้อนจนจะลงมาก่อนแต่ลงไม่ได้ ชันแบบสุดๆ ขนาดไม่มีกระเป๋ากล้องยังคิดว่าไม่สามารถ ดูรูปนี้ทีไรคือความหวังในความสิ้นหวัง สุดท้ายก็รอเค้าถ่ายรูปกันจนเสร็จ (ต้องมีคนพาขึ้นพาลงเจ้าค่ะ แง้)
ระนองแคนยอนถึงร้อน (โค่ดๆ) และดูแห้งแล้งมาก พื้นดินสีเหมือนบ๊วยเค็ม แต่กลับเป็นแหล่งถ่ายมาโคร มีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นดงๆชนิดว่าภูกระดึงเรียกแม่ (ไม่เคยไปหรอก อิอิ) คือจะเอาต้นไหนก็ได้นั้งนั้น แถมมีเฟินเป็นดงๆ แสดงว่าจริงๆแล้วคงชุ่มชื้นพอสมควร ไม่น่าเชื่อเลย
ร้อนๆแบบนี้ เราไปแวะกันที่บ่อน้ำแร่ตามโปรแกรม อาบน้ำเช้ากะกลางวันไปพร้อมกัน เราเลือกที่สปาอะไรซักอย่าง (มีที่เดียวล่ะ) เปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำแร่ร้อนๆในสปาหรูหราอ่างจากุชชี่ แต่...ทำไมมันร้อนนนแบบนี้ ทนแช่ไปได้แค่ 15 นาทีก็เวียนหัว (หิวข้าว) พี่ๆเข้าไปต่อกันในซาวน่า และอบไอน้ำ ตามเข้าไปซาวน่ามืดๆทึมๆร้อนๆได้ 2 นาทีก็ลาก่อน อาบน้ำมานั่งเล่นข้างนอกดีกว่า ทำไมคนเราต้องไปอยู่ในห้องมืดๆร้อนๆด้วยไม่เข้าใจ ?_?
ที่อาบๆคงมาจากบ่อนี้ล่ะ
เมฆฝนเพิ่งตั้งเค้าตอนอยู่ที่จุดชมวิวเขาฝาชี ตอนนั้นขี้เกียจถ่ายรูปละ ขาตั้งกล้องก็ไม่ยอมเอาลงไป เผาฟิล์มที่เหลืออย่างเดียว ขาลงแวะกินกาแฟ ซาลาเปาทับหลีของแท้ๆเนื้อนุ่มบาง ก่อนสายฝนจะส่งเรากลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย
บ๊าย...บาย...ระนอง แล้วเราจะแวะมาใหม่นะ ; )
* ใครเอาสีเทาอ่อน เทาแก่ ใน theme นี้ออกได้มั่งเนี่ย ไม่ชอบเลย *







ปิดเทอมถึงจะได้ไประนอง พักหลังยุ่งๆไม่ได้ไประนองเลย เห็นรูปแล้วยิ่งคิดถึงระนองมากเลย
อยากถ่ายรูปได้ออกมาสวยๆอย่างงี้บ้างจังเลยอ่ะ

อยู่ระนองมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่เคยเห็นมุมสวยเท่าในรูปเลยอ่ะ
ปล.แถบสีเทานี่คงต้องเข้าไปแก้ใน CSS ล่ะนะคะ
#1 By bia on 2006-03-20 23:12