: The Lost Horizon Diary 2 :
posted on 29 Jan 2012 20:37 by sorbet in HappyTripวันที่ 2 ต้าลี่ / เจดีย์สามองค์ / สระมังกรดำ / ลี่เจียง

ตั้งแต่เหยียบแผ่นดินจีนก็เริ่มรู้สึกว่า ไม่ใครก็ใครสักคนนี่ล่ะที่พาฝนมาด้วย
เพราะฝนยังคงตกพรำๆมาตลอดคืนจนถึงเช้า (แค่ภาวนาว่าน้ำคงไม่มาท่วมถึงจีนหรอกนะ) พูดเรื่องน้ำท่วมนี่
ต้องบอกว่าลอยเข้าหูเรื่อยๆ เพราะช่วงที่เราไปตรงกับวันหยุดยาวของไทยเรา คนไทยเพียบ
แต่ละคนก็หมกมุ่นเรื่องน้ำท่วมเป็นระยะๆ ตอนนี้ตอนนั้นน้ำมาถึงนั้นถึงนี้...เพลีย!
นึกย้อนหลังไปสำหรับเรานี่คงเป็นการมาทัวร์แบบทั้วทัวร์เป็นครั้งแรก
เริ่มโปรแกรมพื้นฐาน 6-7-8 เราก็มุ่งหน้าไปต้าลี่เป็นที่แรก
ต้าลี่มีจุดเด่นเป็นเจดีย์ชั้นๆเรียงกัน 3 องค์ซึ่งฉากหลังที่ควรจะเป็นคือภูเขาหิมะมังกรหยก (แน่น้อนน ไม่เห็น)
เราขึ้นรถเพื่อไปไหว้ศาลเจ้าด้านบนก่อนจะลงมาที่เจดีย์
ก่อนที่ลูลู่จะแจ้งว่าเราจะเจอสภาพอากาศแบบนี้ไปอีก 3 วัน...
(T^T) (T.T) (ToT)

: เจดีย์ที่ต้าลี่ ถ่ายมารูปเดียวจริงๆ ฮึ! :

: มีกิงโกะด้วย เหมือนญี่ปุ่นเลยรูปนี้ :
เป็นธรรมเนียมของรัฐยาลจีน ถ้าเรามาทัวร์ สิ่งหนึ่งที่สอดแทรกเข้ามาก็คือ
เราต้องไปดูนั่น ดูนี่ ทำนั่น ทำนี่ ในแต่ละสิ่งอันที่รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมอยู่
วันนี้ลูลู่พาเรามาดูร้านขายของที่ระลึกที่ทำจากหิน

: สาวนาซีในร้าน ข้างบนเป็นตระกูลนำโชคทั้งหลาย :
ลูลู่เล่าให้ฟังว่า หยกจริงๆแพงมาก ส่วนใหญ่ที่เห็นขายกันจะเป็นหินฉีดสีมากกว่า
ออกจากร้านหินหินโดยไม่เสียตังค์ซักหยวนเดียว แต่มาสะดุดกับกระเป๋าผ้าทอมือ
ราคาประมาณพันกว่าบาทไทย เลยหันไปถามลูลู่เผื่อจะต่อราคา
ลูลู่บอกว่าไม่ต้องซื้อหรอก แถวเชียงราย แม่สาย และสำเพ็งเยอะแยะ ห๊ะ!?
อย่ากระนั้นเลย ขึ้นรถไปเมืองโบราณต้าลี่กันดีกว่า 

: เมืองโบราณต้าลี่วันฝนพรำ :
เมืองโบราณ(ตามที่เห็นและเข้าใจ)ในจีนก็คือ หมู่บ้านแบบดั้งเดิมที่แปรสภาพมาเป็นตลาด
หรือร้านขายของให้นักท่องเที่ยวแวะชม คล้ายๆกับสามชุก ตลาด 100 ปีแถวบ้านเรานั่นล่ะ
ที่ต้าลี่มีชื่อเสียงเรื่องทำเครื่องเงิน ร้านเก่าๆเปิดขายของที่ระลึกตลอดแนว

: หลายร้านนำเครื่องเงินมาเผาๆตีๆโชว์ลูกค้าอยู่หน้าร้าน :
เดินเล่นไปมาก็เจ้าสิ่งนี้

หน้าตาเหมือนโรตีที่ม้วนๆพันๆไว้บนไม้ เอามาปิ้งแล้วราดด้วยน้ำอะไรหวานๆ
กลิ่นหอมๆเหมือนน้ำตาลไหม้ ได้ยินคนขายพูดว่า ชีส...ชีส
ปรากฏว่าซัมติงที่กินเข้าไปมันเหมือนแป้งผสมชีสแล้วเอาไปปิ้ง
ที่แย่คือกลิ่นชีสมันแรงมากและเหนียวแบบกัดไม่ขาด
ยื่นให้ใครก็โดนปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมดเลยต้องถือร่อนไปทั่วเมือง

: เจอร้านขายเป็นระยะๆ แสดงว่าฮอต :
เราเดินเตร่มองหาถังขยะอยู่นานสองนานก็หาไม่เจอเพราะมันกลมกลืนกับเมืองมาก
แต่พอที่เจอปุ๊บ และกำลังยื่นมือเข้าไปทิ้ง ก็มีป้าจีนคนนึงรี่เข้ามาทำท่าจะขอ
แต่วินาทีนั้นเราได้ปล่อยมือจากขนมซัมติงนั่นไปแล้ว ป้าทำท่าเสียดายให้เรารู้สึกผิดร้ายแรง =_=’’’
ก่อนจะโบกไม้โบกมือยิ้มให้ทำนองไม่เป็นไร เอ่อมม หนูขอโทษค่ะ หนูจะไม่ทำแล้ววว แง... 

: เรียกไม่มา สงสัยฟังออกแต่ภาษาจีน อิอิ
:
จุดหมายปลายทางสำหรับวันนี้คือลี่เจียง (lijiang)
เมืองในฝันที่เห็นชาวบ้านเขาถ่ายรูปมากันแล้วถึงกับเพ้อ ลี่เจียงเป็นเมืองเก่า
เป็นเมืองที่ถูกบรรยายไว้ว่าสงบเงียบและเก่าแก่ ภาพหลังคาในเมืองเก่าจากมุมสูงยังติดตา
ระหว่างทางเราแวะที่สระมังกรดำที่มีเก๋งจีนและสะพานหินอ่อน
พร้อมฉากหลังที่'ควรเป็น'ภูเขาหิมะมังกรหยก...
(เอาเงินชั้นคืนมา
)

: สระมังกรดำ :

: ร้านขายของตรงทางออก สังเกตว่าเสื้อขนสัตว์ลายเหมือนอิเหมียวแถวบ้านเลยนะ หวังว่าคงไม่
:
มื้อเย็นเป็นร้านอาหารไทยในลี่เจียง ที่ลูลู่กระซิบว่าเจ้าของร้านเป็นเสื้อแดง
และเราต้องใส่เสื้อแดงไปกินด้วยนะ (ฮา...ลูลู่รู้ดีมาก
)

: ลี่เจียง ถึงแล้ววว กินอาหารเย็นที่โรงแรมติดคลองนี่ล่ะ :
ไม่ว่าด้วยวันแรกเริ่มมื้อเย็นด้วยความดึก ความจืด หรือความง่วง อาหารเลยเหลือบาน
มื้อต่อๆมาลูลู่เลยแจ้งว่าจะจัด 'ไข่เจียว' เพิ่มให้ในทุกมื้อ เพราะ
"ข่ายเจียวอร่อยที่สูดด..." ลูลู่บอก
เราพบลี่เจียงครั้งแรกก็เย็นย่ำ เมืองน่ารักๆที่มีคลองไหลผ่าน และผู้คนอีกแสนแปด!
กังหันน้ำยอดฮิตเต็มไปด้วยอาตี๋ อาหมวย และคนไทยอีก 3 หมื่น

: แผ่นป้ายขอพร แต่ไม่ได้ขอหรอก :

: ในคลองมีสาหร่ายเขียวๆลู่ไปตามน้ำสวยเชียว :
ทุกตารางเมตรจะต้องมีผู้คนและทุกนาทีก็จะมีเสียงภาษาไทยแทรกมาเป็นระยะ
เราเดินได้แป๊บเดียวฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน โชคดีที่ฝนไม่ตก

: คนค่อนข้างเยอะ อยากมาเดินตอนเช้าแสงเหลืองๆคงจะสวย
:
ได้ยินว่าลี่เจียงเป็นเมืองที่วางผังเมืองแบบไม่ได้วาง(?)
จึงหลงง่ายมากเพราะมีซอยเล็กซอยน้อยเต็มไปหมด
เราจึงตกลงว่าจะเดินเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆจนสุดทางแล้วจะเดินกลับ
มีท้องฟ้าสีน้ำเงินตัดกับไฟสีส้มๆจากร้านเก่าๆแบบจีนเป็นภาพที่มีเสน่ห์มาก
และมันจะโรแมนติกมากถ้าคุณหูหนวก! เพราะนอกจากคุณจะทำใจกับนักท่องเที่ยวมหาศาลได้แล้ว
คุณยังต้องทำใจกับผับบาร์ที่เปิดเพลงจังหวะคึกคักเผื่อแผ่คุณตามรายทางอีกด้วย
ก่อนมาเหมือนใครสักคนบอกไว้ว่ามันมีแต่ผับ เราก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ตอนนี้นี่ล่ะ 

: สาวน้อยทอผ้า ที่นี่ขายผ้าพันคอสีสวยๆเยอะมาก :

: ร้านโคมไฟ อยู่กันเยอะๆแล้วสวยมาก :

: หน้าผับ หรือคลับอะไรสักอย่าง :
แวะส่งโปสการ์ดใบนึงที่พี่คนไทยใจดีให้มา ก่อนจะเดินไปถึงลานกว้าง
เสียงดนตรีจีนดังขึ้นแข่งกับเสียงดิสโก้เธค รู้สึกปวดกะบาล
แต่สักพักก็เห็นหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองจับมือกันเต้นเป็นแนวยาว
และนักท่องเที่ยวก็ไปจับมือเต้นต่อกันเป็นวงกลม เป็นภาพที่น่ารักและน่าประทับใจมาก
โดยมีฉากหลังเป็นคนใส่เสื้อกันหนาวเต็มยศดิ้นในเธค...
จริงๆเป็นภาพที่ประหลาดมากเพราะปกติเรามักจะเห็นสายเดี่ยว นุ่งสั้นในเธคมากกว่า

: ลอยกระทงแบบลี่เจียง :
จบค่ำคืนที่ลี่เจียงแบบงงๆ เรากลับมาพักโรงแรมที่อยู่ห่างจากเมืองเก่าลี่เจียงประมาณ 5 นาที
แต่ก็หมายความว่า เราอาจจะเจอลี่เจียงเพียงครั้งเดียวในมุมมืดๆแบบนี้เท่านั้น
คืนนี้กลับโรงแรมแบบชิลชิล นอนกักตุนแรงและความอุ่นเพื่อเจอกับหิมะในวันพรุ่งนี้ เฮ้!!!
To be continued